2025.03.14การทำงาน • ทำงานบริษัทญี่ปุ่น

ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย : แนวโน้มการเติบโตและการจ้างงาน

ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย : แนวโน้มการเติบโตและการจ้างงาน

ภาพรวมของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย

ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากการสำรวจของเจโทรกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2567 จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นมีทั้งหมด 5,916 ร้าน เพิ่มขึ้น 165 ร้าน โดยมีอัตราเพิ่มขึ้น 2.9% จากปีที่แล้ว ซึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ 5 จังหวัดปริมณฑลและต่างจังหวัดซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับแรงหนุนจากความนิยมของอาหารญี่ปุ่นในหมู่คนไทย การขยายตัวของธุรกิจแฟรนไชส์จากญี่ปุ่น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพ ทั้งร้านซูชิ ราเมง อิซากายะ ไปจนถึงร้านอาหารระดับพรีเมียม จึงทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ร้านอาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ชื่นชอบอาหารสดใหม่ คุณภาพสูง และการบริการที่ดี ในปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่นไม่เพียงแค่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทย แต่ยังได้รับความสนใจจากคนไทยทุกวัยอีกด้วย จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย แม้ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังมีการชะลอตัว เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยที่ตอนนี้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง รวมถึงมีการแข่งขันจากร้านอาหารต่างๆสูงขึ้น  ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาการญี่ปุ่นเองต้องสร้างความได้เปรียบ เช่น คิดหาแคมเปญ โปรโมชั่นต่างๆ การปรับเมนูรวมถึงราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เป็นต้น

การเติบโตของร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย
ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บางส่วนเกิดจากความนิยมในอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย ตั้งแต่ ซูชิ, ราเมง, เทปันยากิ ไปจนถึง ยากิโทริ ซึ่งเป็นอาหารที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ง่ายและราคาสมเหตุสมผล การขยายตัวของร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยสามารถเห็นได้จากการเปิดร้านใหม่ ๆ ทั่วประเทศ  นอกจากนี้ ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นร้านซูชิ หรือ ร้านราเมง ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากที่นำเสนอด้วยการบริการและรสชาติแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่บอกได้ดีว่าผู้บริโภคชาวไทยให้ความนิยมเพิ่มมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นร้านซูชิ ราเมง หรืออื่นๆ จากญี่ปุ่นมาเปิดสาขาในไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งก็ได้รับความนิยมในกลุ่มคนไทยที่ชื่นชอบการทานอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบต่างๆ

  1. ตัวอย่าง ร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่นที่มาเปิดในไทย เช่น
  2. – TONKATSU AOKI ร้านทงคัตสึชื่อดังจากญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2024 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ 
  3. – Katsu Midori Sushi ร้านซูชิสายพานอันดับ 1 ในโตเกียว จากประเทศญี่ปุ่นสาขาแรกในไทย ที่เซ็นทรัลเวิลด์
  4. – Fatboy Izakaya ร้านอิซากายะที่กำลังฮอตฮิตมาก
  5. – Hikiniku To Come กับเมนูแฮมเบิร์กชิ้นใหญ๋

ความท้าทายและโอกาสในตลาด
ถึงแม้ตลาดจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยก็ยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ ๆ เปิดตัวจำนวนมาก การหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้มาตรฐานอาหารญี่ปุ่น และการปรับตัวตามพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โอกาสในตลาดนี้ยังคงมีอยู่มากมาย เช่น การขยายไปยังตลาดที่ยังไม่มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากนัก หรือการพัฒนาเมนูใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค รวมถึงการพัฒนาคอนเซ็ปต์ร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อสร้างความแตกต่าง

แนวโน้มในอนาคต
ในปี 2025 ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการแข่งขันที่สูงและยังมีความต้องการจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นและการเปิดร้านใหม่ ๆ จากต่างชาติและภายในประเทศ ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะยังคงมีโอกาสในการขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกจากนี้ จากการที่คนไทยเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น ทำให้ให้ได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิด แนวโน้มความต้องการบริโภคอาหารญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

การจ้างงานในร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย

ปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลจากสมาคมร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย (Japanese Restaurant Association of Thailand – JRAT) ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยมีมากกว่า 5,000 แห่ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี  จากสถานการณ์การเติบโตและการเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย ส่งผลให้เกิดความต้องการแรงงานและการจ้างงานในร้านอาหารญี่ปุ่นสูงขึ้นเช่นกัน โดยตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการมาก ได้แก่

  1. เชฟอาหารญี่ปุ่น (ซูชิเชฟ, เชฟเทปันยากิ, เชฟราเมง)
  2. พนักงานครัว (ผู้ช่วยเชฟ, ผู้เตรียมวัตถุดิบ)
  3. พนักงานเสิร์ฟ (พนักงานต้อนรับ, บริกร)
  4. ผู้จัดการร้าน (Restaurant Manager)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร้านอาหารระดับพรีเมียมต้องการเชฟที่มีทักษะสูง และบางร้านต้องการเชฟที่มีประสบการณ์จากญี่ปุ่น

ความท้าทายของการจ้างงานในร้านอาหารญี่ปุ่น แม้ว่าความต้องการแรงงานสูงขึ้น แต่มีปัญหาหลายประการที่ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นต้องเผชิญ ได้แก่

  1. – ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ  โดยเฉพาะเชฟอาหารญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์หายาก และต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มเติม
  2. – การแข่งขันด้านอัตราค่าจ้าง  ค่าจ้างแรงงานร้านอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น
  3. – อัตราการลาออกสูง  งานในร้านอาหารมีความกดดันสูง ทำให้พนักงานเปลี่ยนงานบ่อย
  4. – ข้อจำกัดด้านวีซ่าสำหรับแรงงานญี่ปุ่น  บางร้านต้องการนำเชฟจากญี่ปุ่นเข้ามา แต่ติดปัญหากฎระเบียบเรื่องวีซ่า

การปรับตัวของผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ร้านอาหารญี่ปุ่นต่างๆ ต้องมีการปรับตัวรวมถึงหากลยุทธ์ต่าง ๆ มาใช้เพื่อดึงดูดคนทำงาน เช่น
– เพิ่มสวัสดิการและเงินเดือน เสนอค่าตอบแทนที่แข่งขันได้เพื่อดึงดูดพนักงาน
– ใช้เทคโนโลยีช่วยลดแรงงาน เช่น ระบบสั่งอาหารอัตโนมัติ หุ่นยนต์เสิร์ฟ
– ฝึกอบรมพนักงานภายในองค์กร  พัฒนาเชฟและพนักงานจากศูนย์ฝึกอบรมภายใน
– จ้างแรงงานต่างชาติ อาจจะต้องเริ่มจ้างแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว

แม้ว่าจะมีความท้าทาย ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยยังคงเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับการเติบโตและการสร้างงานจำนวนมาก

ที่มา : https://www.jetro.go.jp/thailand/topics/_532176.html

RestaurantJobinThai เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการประกาศรับสมัครงานในร้านอาหาร คาเฟ่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ (ดำเนินการโดย บ.เพอร์ซันแนล คอนซัลแตนท์ฯ)
เว็บไซต์เปิดให้ลงทะเบียนและลงประกาศตำแหน่งงานฟรีได้แล้ววันนี้
สามารถทดลองใช้งานได้ที่: http://www.restaurantjobinthai.com
สอบถามเพิ่มเติม Email : restaurantjobinthai@gmail.com